Saturday, November 26, 2011

ชีวิตนักศึกษาแพทย์ เรียนกัน 6 ปี ในที่สุดก็ฝ่าฟันมาจนถึง 4เดือนสุดท้ายจนได้ (ดีใจแทบคลั่ง)
ในหลักสูตรของปี 6 นี้ ทางคณะฯจะส่ง Extern (คำใช้เรียกนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย) ออกไปอยู่ต่างจังหวัด โดยจังหวัดที่คณะผมออกไปคือฉะเชิงเทรา และ ปราจีนบุรี เท่าที่จำได้สมัยนั้นโรงพยาบาลที่พวกผมไปได้แก่
1. โรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา (รพ.แปดริ้ว)
2. โรงพยาบาลกบินทร์บุรี (เขตจังหวัดปราจีนบุรี)
3. โรงพยาบาลอำเภอแปลงยาว
4. โรงพยาบาลอำเภอสนามชัยเขต
5. โรงพยาบาลอำเภอพนมสารคาม
6. โรงพยาบาลอำเภอศรีมหาโพธิ์

เป็นที่แปลกมากถ้าถามชาวฉะเชิงเทราถามว่าอำเภอเมืองหรือรพ.เมืองไปทางไหน เขาจะทำหน้างงกันทันที! (-_-) แต่ถ้าถามว่าแปดริ้วไปทางไหน หรือรพ.แปดริ้วอยู่ไหน เขาชี้ได้ทันที!!

สองแห่งแรกเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด เป็นศูนย์รับ refer ถ้าโรงพยาบาลอำเภอมีคนไข้ที่เกินความสามารถจะดูแล จะ refer เข้ามา ถ้าอะไรเกินความสามารถของรพ.จังหวัดถึงจะส่งเข้ามากทม. โดยมากมากองกันที่รพ.ราชวิถีที่พวกผมนักศึกษาแพทย์รังสิตเรียนกันนั่นเอง

กลุ่ม Extern ผมมี 14 คน ถูกส่งไปประจำแต่ละรพ. ผมเริ่มด้วยการไปอยู่รพ.สนามชัยเขต ไปกัน 2 คน กับเพื่อนอีกคนนึงเป็นเวลา 1 เดือน พอครบเดือนก็มาอยู่รพ.เมืองกับเพื่อนอีกคู่นึงที่ไปอยู่รพ.อำเภอแห่งอื่น แต่ละคู่จะถูกส่งไปไม่ซ้ำรพ.กัน ยกเว้นที่รพ.เมืองจะอยู่กัน 3 - 4 คน ก็แล้วแต่ว่าใครจะถูกส่งไปไหนก่อน
ทำงานที่นี่ได้ประสบการณ์เตรียมความพร้อมที่จะจบออกมาเป็นแพทย์ วัดกันได้เลยว่าพร้อมไม่พร้อม ซึ่งกลุ่มผมโชคดีเพราะเป็นกลุ่มที่ถูกส่งมาต่างจังหวัดเป็นกลุ่มท้ายๆ ทำให้ผ่านแผนกต่างๆมาเกือบหมดแล้ว ตอนนั้นกลุ่มผมผ่าน ศัลยกรรม สูตินรีเวช กุมารเวช และห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน เรียกว่าความรู้พอที่จะเอาตัวรอดแล้วแหละ

ชีวิตที่ย้ายมาจากกทม.ไปต่างจังหวัด ผมไม่กลัวอะไรมาก กลัวอย่างเดียวคือไม่ได้เข้าวัด หนึ่งสัปดาห์ก่อนออกเดินทางเข้า website หาข้อมูลมากมาย ทราบว่าฉะเชิงเทราเป็นเขตการปกครองของสังฆมณฑลจันทบุรี ประมุขคือพระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี

วัดที่อยู่ใกล้ๆรพ.ที่ผมไป มีเยอะมากคือ
1. วัดนักบุญอันนา สระไม้แดง อำเภอสนามชัยเขต
2. วัดนักบุญอันตน พนมสารคาม
3. วัดเซนต์ปอล แปดริ้ว
4. วัดเซนต์แอนโทนี แปดริ้ว

มีแต่วัดนักบุญอันนาและวัดเซนต์แอนโทนี ที่มีโอกาสได้ไปเยี่ยม
เริ่มจากวัดนักบุญอันนา สระไม้แดงก่อนแล้วกัน เรียกว่าหาตัววัดยากมากกก!!! ผมอยู่ที่รพ.สนามชัยเขต อาศัยถามคนไข้ + เจ้าหน้าที่ในรพ.เอา สุดท้ายก็ตัดสินใจขับรถสุ่มเสี่ยงเข้าไปหาวัด อาศัยจับป้ายหลักๆเอา บางป้ายต้องชะลออ่านว่าซ้ายหรือขวายิ่งขับไปๆ ใจชื้นบ้างถ้าเห็นป้ายวัดนักบุญอันนา ใจแป้ว + กลัวบ้างเหมือนกัน เพราะมันเป็นถนนที่จัดผ่านระหว่างทุ่งกับป่า ป่า 2 ข้างทางเลยทีเดียว กลัวเพราะว่าถ้าเกิดรถเจ๊งขึ้นมาล่ะตายอย่างเดียวกลางป่าด้วยเห้อ... แต่พระก็ช่วยให้ผ่านไปได้ด้วยดี ถึงแม้ว่ายางจะแบนตอนขับกลับถึงรพ.เพราะโดนตะปูทิ่มก็ตามที


เป็นวัดของสังฆมณฑลดูแลโดยคุณพ่อพระสงฆ์พื้นเมือง สมัยนั้นเป็นคุณพ่อองค์เดียวกันที่ดูแลวัดนักบุญอันตน พนมสารคาม คุณพ่อต้องขับรถวิ่งประมาณ 20 กม. เพื่อถวายมิสซาของวัดทั้งสองในวันอาทิตย์ แต่ปัจจุบันนี้ทราบว่ามีคุณพ่อประจำแต่ละวัดแล้ว


View Untitled in a larger map

ขอเรียกกันว่าวัดสวยๆท่ามกลางป่าสงบก็แล้วกัน หลังวัด ซึ่งถ้าเข้ามาในบริเวณวัดจะเจอภาพนี้ก่อน
















เอารถมาจอดให้เห็นด้วย ^^ (แต่ที่ถ่ายมันคนละวันเวลากัน)
Photobucket
















เดินอ้อมซ้ายของรูปข้างบนไป...
Photobucket

เดินต่อมาอีกหน่อย...
Photobucket

เห็นแท่นอะไรเล็กๆมั้ยครับ เป็นแท่นรูปนักบุญอันนา ไม่ได้เข้าไปถ่ายใกล้ๆ ซูมกันเองนะครับ
เดินต่อมาอีกหน่อย...หน้าประตู สลักชื่อ
พระสังฆราชลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต ไว้ว่าท่านเป็นผู้เปิดและเสกวัดแห่งนี้
(ประมุขของสังฆมณฑลจันทบุรีองค์ก่อนหน้า)
Photobucket

เดินมาอีกหน่อย...
Photobucket

มุมไกลสุด...
Photobucket

ในตัววัดเมื่อเข้าจากประตูด้านหน้า
Photobucket

หน้าพระแท่น ด้านซ้ายเป็นรูปน.อันนา ขวาเป็นแม่พระ ^^
Photobucket
PhotobucketPhotobucket

มองเข้าหาพระแท่น หันหน้าไปซ้ายมือ
Photobucket

ระฆังวัดอยู่ถัดจากรูปข้างบนนี้
Photobucket

บ้านพักพระสงฆ์ อยู่ถัดจากระฆังวัด
Photobucket

ด้านหลังวัด ไม่มีรั้วครับ มีแต่ป่า มีแต่ต้นไม้ และทุ่งนา
Photobucket


ที่ประทับใจคือมีคนไข้จำผมได้เพราะมาหาที่รพ. พอมาถึงที่วัดเขาทักทายกันเองมากๆ ตอนจบมีให้ผมออกมาแนะนำตัวหน้าวัดด้วย เขินเหมือนกัน ประทับใจครับ เป็นวิถีชุมชนแบบชาวบ้านซึ่งต่างจากที่กรุงเทพชัดเจน ที่วัดไม่มีนักขับไม่มีเครื่องดนตรี แต่ชาวบ้านเขาร้องเพลงสรรเสริญสดุดีพระ ด้วยสุดเสียงสุดกำลังของเขาเลยล่ะ สัมผัสได้ถึงความกะตือรือร้นร้อนรนที่จะพบพระในมิสซา ก็แอบคิดไม่ได้นะ อย่างวัดในกรุงเทพสัตบุรุษก็เยอะ เครื่องดนตรีก็มี แต่ทำไมเสียงขับร้องมันถึงเบากันจัง ถ้าเป็นเพราะความอายก็ว่าไป แต่ถ้ามันบ่งถึงความศรัทธาที่แผ่วเบาไปตามเสียงร้องสรรเสริญก็แย่หน่อย ... นะ

ปล.
ส่วนวัดเซนต์แอนโทนีแปดริ้ว เป็นส่วนของสังฆมณฑลกรุงเทพ รอยแบ่งอยู่ที่สะพานข้ามคลองที่เป็นแขนงของแม่น้ำบางปะกง ไม่เอามาลงนะครับเพราะไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไหร่ เป็นวัดที่อยู่ในโรงเรียนเซนต์แอนโทนีแปดริ้สซึงอยู่หลังโรงเรียนเซนต์หลุยส์แปดริ้ว คนพื้นที่เขาจะรู้จักกันดีว่าอยู่ "เลยสะพานซอยรวมแพทย์"